วีซ่า E-2 นักลงทุน: จริงหรือข่าวลือ?
บล้อกนี้ถือว่าเป็นการแสดงความยินดีกับ M.A. ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติการเปลี่ยนสถานะจาก F1 นักเรียนเป็น E2 วีซ่านักลงทุน ทาง Welbright เราดูแลทุกขั้นตอนเสร็จสรรพใช้เวลาประมาณสามเดือนเพื่อจัดตั้งบริษัทและรวบรวมเอกสาร และส่งเอกสารไปที่ USCIS จากนั้นรอไม่เกิน 15 วันเพราะลูกค้าต้องการ premium processing แล้วก็ได้สถานะใหม่อย่างราบรื่น Welbright เรายังคงให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง
หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ E2 มาบ้าง มาลองดูกันนะครับว่า สิ่งที่ได้ยินมาถูกต้องหรือไม่
คุณต้องลงทุนอย่างน้อย $100K เพื่อสมัคร E2: จริงหรือข่าวลือ?
คุณอาจจะเคยได้ยินว่าต้องใช้ทุน $150K, $200K หรือแม้แต่ $250K สำหรับเคสนี้ ลูกค้าเราลงทุนน้อยกว่า $60K นั่นหมายความว่ามันคือข่าวลือ เพราะในความเป็นจริงกฏหมายไม่ได้มีการกำหนัดจำนวนเงินลงทุนไว้แต่อย่างใด สิ่งที่สำคัญคือการที่จะต้องพิสูจน์ให้ USCIS ว่าการลงทุนนั้นไม่ใช่เป็นแค่การลงทุนแบบเล็กน้อยพอดีกับที่จะสามารถอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาได้ แต่การลงทุนจะต้องถึงขั้นที่มีความเสี่ยง และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ
นักลงทุน E2 สามารถขอใบเขียวและเป็นพลเมืองของสหรัฐได้: จริงหรือข่าวลือ?
น่าเสียดายที่มันเป็นความจริง! ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนสถานะเป็น E2 ภายในสหรัฐอเมริกา หรือเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่า E2 จากที่บ้าน คุณจะมีสถานะ E2 ซึ่งสามารถต่ออายุได้อย่างไม่มีกำหนดทุกๆ สองปี ไม่มีข้อกำหนดสำหรับการมีสิทธิ์ได้รับกรีนการ์ด ไม่ว่าคุณจะมีสถานะ E2 มากี่ปีแล้วก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องแสดงความตั้งใจให้ USCIS เห็นว่าคุณจะเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดของคุณอย่างแน่นอนเมื่อคุณไม่อยู่ในสถานะ E2 อีกต่อไป
นักลงทุน E2 ไม่สามารถสปอนเซอร์พนักงานได้: จริงหรือข่าวลือ?
ถ้าคุณตอบว่าจริงก็ไม่แปลก เพราะผู้ที่มีสถานะ E2 ไม่ใช่ผู้ที่อยู่ถาวรหรือเป็นคนสัญชาติอเมริกัน ดังนั้นไม่น่าที่จะสปอนเซอร์ใครได้ แต่จริง ๆ มันคือข่าวลือ เพราะนักลงทุน E2 สามารถสปอนเซอร์พนักงานที่เป็นคนต่างชาติได้ และที่มากไปกว่านั้น นอกจากจะสปอนเซอร์ให้วีซ่า/สถานะ E2 แล้ว ยังสามารถสปอนเซอร์วีซ่าถาวร EB3 (ใบเขียว)ได้ด้วย ค่อนข้างเป็นเรื่องเศร้าที่นักลงทุน E2 เองไม่สามารถสปอนเซอร์ตัวเองเพื่อใบเขียวได้
คุณต้องทำงานกับองค์กรที่คุณยื่นคำร้องเท่านั้น: จริงหรือข่าวลือ?
ข้อจำกัดอีกประการหนึ่งสำหรับนักลงทุน E2 ก็คือสถานะนี้ได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่สามารถเลือกองค์กรได้อย่างอิสระ แต่ต้องทำงานในองค์กรที่ยื่นคำร้องไว้เท่านั้น เปลี่ยนไม่ได้เลยหรือ? แน่นอนว่ากฎหมายย่อมต้องเข้าใจว่าทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นคนเราก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน การเพิ่มสาขาสำหรับธุรกิจที่ยื่นคำร้องไว้ ทำได้เลยเพราะยังถือว่าอยู่ในขอบเขตของสถานะ E2 ที่ได้รับ แล้วถ้าเป็นการลงทุนเพิ่มในธุรกิจใหม่ล่ะ? เราจะก็จะต้องมาดูว่าธุรกิจใหม่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิมหรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้องกับกิจการเดิมที่ยื่นคำร้องไว้ (ตัวอย่างเช่น ทำร้านอาหาร แล้วอยากเปิดร้านเบเกอรี่) ก็ยังถือว่าอยู่ในขอบเขตของสถานะ E2 แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าธุรกิจใหม่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิม (ตัวอย่างเช่น ทำร้านอาหาร แล้วอยากเปิดร้านทำเล็บ) จะถือว่าเกินของเขตของสถานะ E2 ที่ให้ไว้แต่แรก ดังนั้นต้องทำยื่นเรื่องขอเพิ่มเติมธุรกิจ สุดท้าย หากต้องการเปลี่ยนธุรกิจไปเลย (ตัวอย่างเช่น ทำร้านอาหาร แล้วจะเลิกทำเพื่อที่จะทำร้านเบเกอรี่แทน) กรณีนี้ก็จะต้องยื่นคำร้อง E2 ใหม่เลยเพื่ออัปเดตขอบเขตการอนุญาตทำงานของสถานะ E2
หวังว่า บทความนี้จะช่วยให้ทุกคุณเข้าใจวีซ่า/สถานะ E2 ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาการลงทุน Welbright สามารถช่วยแนะนำคุณตลอดกระบวนการทั้งหมด ติดต่อเราเพื่อเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ของคุณ!
